รูปกริยาในภาษาอังกฤษสามารถกระจายได้ 6 รูป

สวัสดีครับ นักศึกษาทุกคน
          สำหรับโพสท์นี้ ผมตั้งหัวข้อว่า "กริยาในภาษาอังกฤษสามารถกระจายได้เป็น 6 รูป หรือ 6 ช่อง ซึ่งการกำหนดแบบนี้ ผมเป็นคนตั้งขึ้นมาเอง เป็น V1 ถึง V6 เวลาสอนนักศึกษา นักศึกษาก็บอกว่า เคยได้ยินแต่กริยา 3 ช่อง เรื่องกริยา 6 ช่อง เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิต เมื่อได้มาติวกับผม เท่าที่ผมได้อ่านตำราไวยากรณ์ภาษาอังกฤษฝรั่งมาจำนวนมาก ก็ไม่เคยมีเห็นใครสรุปออกมาเป็นแบบนี้ ส่วนใหญ่จะอธิบายแยกกัน เพราะฉะนั้น เรื่องกริยา 6 ช่อง ผมจึงเป็นคนแรกของโลก(หรือเปล่า) ที่กำหนดขึ้นมา(โม้แล้วครับอันนี้)
          สำหรับคนที่มีความรู้ด้านไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เรื่องการกระจายกริยานั้น เราเรียกว่า Conjugation ซึ่งอยู่ในส่วนของเรื่อง Inflection จะพบว่า ไม่ว่าคุณจะเรียน Grammar ระดับไหน กริยานั้นจะเปลี่ยนหรือผันได้ไม่เกิน 6 รูปนี้ ครับ
          ตารางกริยา 6 ช่องนี้ ผมจะใช้เพียงแผ่นเดียว ในการสอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง Tenses ทั้ง 24, โครงสร้าง Clause  ทุกรูปแบบ เช่น Conditional Clauses, Subjunctive Clauses ฯลฯ ซึ่งนักศึกษาจะได้เรียนแบบเข้าใจ ไม่ใช่ท่องจำแต่สูตรโครงสร้างเยอะแยะไปหมด และไม่เข้าใจอีกด้วยว่าสูตรที่ท่องนั้น มีความหมายอย่างไร การเข้าใจเรื่องโครงสร้างของกริยา จะทำให้เราสามารถเข้าใจถึงความหมายในการแปลประโยคภาษาอังกฤษได้ถูกต้อง เนื่องจากโครงสร้างภาษาอังกฤษนั้นแตกต่างจากภาษาไทยโดยสิ้นเชิง
          นักศึกษาจะนำกริยา 6 ช่องนี้ ไปใช้ในกรณีไหน อย่างไร ผมจะอธิบายเพียงเบื้องต้น เพราะถ้าอธิบายหมด มันจะเยอะ เนื่องจากรูปกริยาทั้งหมดนี้ มันจะไปเกี่ยวกับเรื่องอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น พวก Clause, Phrase แต่ละชนิด การลดรูปของ Clause เป็นต้น (ขอย้ำนะครับว่า เรื่องกริยา 6 ช่องนั้น ยังไม่เกี่ยวกับ Tense เพราะเรื่อง Tense นั้น เราจะพูดถึง เราจะนำกริยาทั้ง 6 ช่อง มาสร้างเป็น Tense ต่าง ๆ ได้อย่างไร) โปรดอ่านต่อคำอธิบายท้ายตารางนี้นะครับ

มาทำความรู้จักกริยาในภาษาอังกฤษมีทั้งหมด 6 ช่อง

Verb Base Form(V1)
Infinitive(V2)
Present Simple(V3)
Past Simple(V4) Present Participle(V5)
Past Participle(V6)
1
be
to be
is,am
are
was
were
being
been
2
do
to do
does
do
did
doing
done
3
have
to have
has
have
had
having
had
4
work
to work
works
work
worked
working
worked
5
look
to look
looks
look
looked
looking
looked
6
go
to go
goes
go
went
going
gone
7
give
to give
gives
give
gave
giving
given
8
come
to come
comes
come
came
coming
come
9
tell
to tell
tells
tell
told
telling
told
10
find
to find
finds
find
found
finding
found
11
set
to set
sets
set
set
setting
set
12
read
to read
reads
read
read
reading
read
13
will
-
will
would
-
-
14
shall
-
shall
should
-
-
15
can
-
can
could
-
-
16
may
-
may
might
-
-
17
must
-
must
must
-
-
คำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับกริยา 6 ช่อง

1. กริยาช่อง Base Form Verb คืออะไร

           Base Form Verb ผมหมายถึง รูปเดิมของกริยาที่ยังไม่ผัน ตำราฝรั่งบางเล่มบอกว่า มันคือ กริยาตัวแรกที่อยู่ในพจนานุกรม ซึ่งมันก็จริง บางคนก็บอกว่า มันเรียก Bare Infinitive บางตำราเรียก Zero Infinitive บางตำราเรียก Infinitive without "to" (คำนี้ผมเคยเห็นอาจารย์คนไทยใช้เรียกกันบ่อย) บางตำราเรียก Base Form Verb ซึ่งคำนี้ผมชอบมากที่สุด ซึ่งแปลว่า กริยาที่เป็นรูปพื้นฐาน โดยผมตั้งชื่อให้เป็น V1 เป็นกริยาช่องแรก
          แล้วถามว่า Base Form Verb ใช้ในกรณีไหนได้บ้าง ยกตัวอย่าง เราเคยได้อ่านในโครงสร้างของ Future Simple Tense ประกอบด้วย S(ประธาน) + will + V เช่น
- I will go
- I will gone
ตัวอย่างประโยค
- Does she want a ride?
- She doesn’t want a ride.
เราจะเห็นว่า กริยา want ไม่ผันตามประธาน และต้องเป็นรูปของ Base Form Verb
เป็นต้น เอาพอเข้าใจนะครับในระดับนี้

2. กริยาช่อง Infinitive คือ อะไร

          กริยารูป Infinitive : V2 คือ แค่เรานำ to + V1 ซึ่งใช้ได้หลายกรณี ครับ เช่น สามารถเปลี่ยนคำกริยา เป็นคำนาม เช่น To err is human. (การกระทำผิดพลาดเป็นมนุษย์) คำว่า err เป็นกริยา แปลว่า ทำผิด เมื่อเป็น to err จะแปลว่า การกระทำผิด เป็นต้น นอกจากนี้ รูป Infinitive สามารถเปลี่ยนคำกริยาเป็น คำคุณศัพท์(Adjective) หรือสามารถเปลี่ยนคำกริยาเป็นกริยาวิเศษณ์(Adverb)ได้ ครับ

3. กริยาช่อง Present Simple คือ อะไร

          สำหรับช่องนี้ ผมตั้งชื่อว่าเป็น V3 ถือว่า มีความสำคัญมาก เพราะจะต้องนำกริยาช่องนี้ ไปสร้างประโยคในรูปปัจจุบัน ได้หลายโครงสร้าง จะสังเกตเห็นว่า กริยาในรูป Present Simple จะแบ่งออกเป็น 2 พวก ยกตัวอย่าง กริยา work
สำหรับ works ใช้สำหรับ ประธาน He, She, It และนามเอกพจน์(บุรุษที่ 3)
สำหรับ work ใช้สำหรับ ประธาน I, We, You, They และนามพหูพจน์(บุรุษที่ 3)
         นอกจากนี้ กริยา V3 ของผม  โดยเฉพาะกริยา 3 ตัวแรกนั้น ซึ่งเป็นกริยาช่วย สามารถนำไปใช้ในการสร้าง Tense และประโยคต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปของ Present Tenses

4. กริยาช่อง Past Simple คือ อะไร

          สำหรับช่องนี้ ผมตั้งชื่อว่าเป็น V4 ถือว่า มีความสำคัญมากพอ ๆ กับ V  การใช้งานก็คล้าย ๆ กับ Vเพียงแต่เป็นรูปอดีต นั่นเองครับ

5. กริยาช่อง Present Participle คือ อะไร

          สำหรับช่องนี้ ผมตั้งชื่อว่าเป็น V5   สำหรับกริยาช่องนี้เกิดจาก การนำ V1 + - ing สามารถนำไปใช้ในกรณีดังต่อไปนี้
1. เมื่อต้องการเปลี่ยนคำกริยา ให้เป็นคำนาม หรือ เรียกว่า Gerunds เช่น
- Swimming is my favorite sport. (การว่ายน้ำเป็นกีฬาโปรดของฉัน)
Swimming กลายเป็นคำนาม ที่สร้างจากกริยา swim
2. เมื่อต้องการเปลี่ยนคำกริยา ให้เป็นคำคุณศัพท์ เช่น
- She soothed the crying baby. (หล่อนปลอบเด็กซึ่งกำลังร้องให้)
crying กลายเป็นคำคุณศัพท์ ที่สร้างจากกริยา cry
3. เมื่อต้องการสร้าง Tense ต่าง ๆ ที่อยู่ในรูป Continuous เช่น 
- He is running. (เขากำลังวิ่ง)
is running เป็นโครงสร้างของ Present Continuous Tense เพื่อระบุเหตุการณ์ว่ากำลังกระทำ

6. กริยาช่อง Past Participle คือ อะไร

          สำหรับช่องนี้ ผมตั้งชื่อว่าเป็น V6   สามารถนำไปใช้ในกรณีไหนได้บ้าง เช่น
1. เมื่อต้องการเปลี่ยนคำกริยา ให้เป็นคำคุณศัพท์ เช่น
- I picked up the broken bottle.(ฉันได้หยิบขวดที่แตก)
broken กลายเป็นคำคุณศัพท์ ที่สร้างจากกริยา break
2. เมื่อต้องการสร้าง Tense ทุกโครงสร้างที่อยู่ในรูปของ Passive Voice (ประธานถูกกระทำ) เช่น
- The concert was attended by many young people. (การแสดงได้รับความสนใจจากคนหนุ่มสาวจำนวนมาก)
attended เป็นกริยารูป Past Participle นะครับ ไม่ใช่เป็นรูปของ Past Simple เพียงแต่มันมีรูปเหมือนกัน
3. เมื่อต้องการสร้าง Tense ในรูปของ Perfect Tense เช่น
- He has taken the dog to the park. (เป็นโครงสร้าง Present Perfect Tense)
- I had expected to be married by this morning.(เป็นโครงสร้าง Past Perfect Tense)

          ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่บางส่วนของกริยาทั้ง 6 รูป สำหรับรายละเอียดแบบพิศดาร ให้ไปอ่านในหัวข้อ ที่ผมลงไว้ในส่วนที่เป็น Grammar เฉพาะเรื่อง หากมีเวลาว่างผมจะมาเพิ่มเติมให้ในภายหลังเกี่ยวกับตารางกริยาทั้ง 6 ช่อง นี่ยังไม่ได้พูดถึงกริยา ตัวที่ 13-17 ที่เป็น Modal Verbs เนื่องจากเริ่มปวดตาแล้ว จึงทิ้งไว้ประมาณนี้ก่อน สวัสดีครับ

เรียบเรียงโดย
  • ติวเตอร์แบงค์
  • สถาบันติว PERFECT ซ.รามคำแหง 43/1
  • ติวเตอร์ประจำวิชา ENG, ENS, CEN2101, CEN2102, APR2101
  • ติดต่อติวเตอร์ โทร. 081-7269394
เอกสารอ้างอิง
  1. Brinton, Laurel J. & Donna M. Brinton. 2010. The linguistic structure of Modern English, 2nd edn. Amsterdam: John Benjamins Publishing Company.
  2. Hopper, Paul J. 1999. A short course in grammar. New York: W. W. Norton & Company.
  3. Huddleston, Rodney. 1984. Introduction to the grammar of English. Cambridge: Cambridge University Press.
  4. Peter Huring. 2016. Complete English Grammar Rules - Examples, Exceptions & Everything You Need to Master Proper Grammar by Farlex International.
ปรับปรุงแก้ไขล่าสุดเมื่อ 28 พ.ย. 2562